2007/Dec/28

เช่าทรัพย์ มาตรา ๕๓๗
            อันว่า เช่า ทรัพย์สิน นั้น คือ สัญญา ซึ่ง บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้ บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้ หรือ ได้รับประโยชน์ ใน ทรัพย์สิน อย่างใดอย่างหนึ่ง ชั่วระยะเวลา อันมีจำกัด และ ผู้เช่า ตกลงจะให้ ค่าเช่า เพื่อการนั้น
 มาตรา ๕๓๘
            เช่า อสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้า มิได้มีหลักฐาน เป็นหนังสือ อย่างหนึ่งอย่างใด ลงลายมือชื่อ ฝ่ายที่ต้องรับผิด เป็นสำคัญ ท่านว่า จะฟ้องร้อง ให้บังคับคดี หาได้ไม่ ถ้า เช่ามีกำหนด กว่าสามปี ขึ้นไป หรือ กำหนดตลอดอายุ ของผู้เช่า หรือ ผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ ทำเป็นหนังสือ และ จดทะเบียน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่า การเช่านั้น จะฟ้องร้อง ให้บังคับคดี ได้แต่เพียง สามปี
 มาตรา ๕๓๙
            ค่าฤชาธรรมเนียม
ทำสัญญาเช่านั้น คู่สัญญา พึงออกใช้เสมอกัน ทั้งสองฝ่าย มาตรา ๕๔๐
            อัน อสังหาริมทรัพย์ ท่านห้าม มิให้เช่ากัน เป็นกำหนดเวลา เกินกว่า สามสิบปี ถ้า ได้ทำสัญญากันไว้ เป็นกำหนดเวลา นานกว่านั้น ท่านก็ให้ลดลงมาเป็น สามสิบปี
            อนึ่ง กำหนดเวลาเช่า ดั่งกล่าวมานี้ เมื่อ สิ้นลงแล้ว จะต่อสัญญาอีก ก็ได้ แต่ต้องอย่าให้เกิน สามสิบปี นับแต่ วันต่อสัญญา
 มาตรา ๕๔๑
            สัญญาเช่านั้น จะทำกันเป็นกำหนดว่า ตลอดอายุของ ผู้ให้เช่า หรือ ของ ผู้เช่า ก็ให้ทำได้
 มาตรา ๕๔๒
            บุคคลหลายคน เรียกเอา สังหาริมทรัพย์ อันเดียวกัน อาศัยมูลสัญญาเช่า ต่างราย ท่านว่า ทรัพย์ ตกไปอยู่ในครอบครอง ผู้เช่าคนใดก่อน ด้วยสัญญาเช่าทรัพย์นั้น คนนั้น มีสิทธิยิ่งกว่า คนอื่นๆ
 มาตรา ๕๔๓
            บุคคลหลายคน เรียกเอา อสังหาริมทรัพย์ อันเดียวกัน อาศัยมูลสัญญาเช่า ต่างราย ท่านให้วินิจฉัย ดั่งต่อไปนี้
                    (๑) ถ้า การเช่านั้น เป็นประเภท ซึ่ง มิได้บังคับไว้ โดยกฎหมายว่า ต้องจดทะเบียน ท่านให้ถือว่า ผู้เช่า ซึ่ง ได้ทรัพย์สิน ไปไว้ในครอบครองก่อน ด้วยสัญญาเช่า ของตนนั้น มีสิทธิยิ่งกว่า คนอื่นๆ
                    (๒) ถ้า การเช่าทุกๆราย เป็นประเภท ซึ่ง บังคับไว้ โดยกฎหมายว่า ต้องจดทะเบียน ท่านให้ถือว่า ผู้เช่า ซึ่ง ได้จดทะเบียนการเช่าของตน ก่อนนั้น มีสิทธิยิ่งกว่า คนอื่นๆ
                    (๓) ถ้า การเช่า มีทั้ง ประเภท ซึ่ง ต้องจดทะเบียน และ ประเภท ซึ่ง ไม่ต้องจดทะเบียน ตามกฎหมาย ยันกันอยู่ไซร้ ท่านว่า ผู้เช่า คนที่ได้ จดทะเบียนการเช่า ของตนนั้น มีสิทธิยิ่งกว่า เว้นแต่ ผู้เช่าคนอื่น จะได้ทรัพย์สินนั้น ไปไว้ในครอบครอง ด้วยการเช่าของตนเสีย แต่ก่อน วันจดทะเบียนนั้นแล้ว
   มาตรา ๕๔๔
            ทรัพย์สิน ซึ่ง เช่านั้น ผู้เช่า จะให้เช่าช่วง หรือ โอนสิทธิของตน อันมีใน ทรัพย์สินนั้น ไม่ว่าจะ ทั้งหมด หรือ แต่บางส่วน ให้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่า หาอาจทำได้ไม่ เว้นแต่ จะได้ตกลงกันไว้ เป็นอย่างอื่น ในสัญญาเช่า
            ถ้า ผู้เช่า ประพฤติฝ่าฝืน บทบัญญัติอันนี้ ผู้ให้เช่า จะบอกเลิกสัญญาเสีย ก็ได้
 มาตรา ๕๔๕
            ถ้า ผู้เช่า เอา ทรัพย์สิน ซึ่ง ตนเช่า ไปให้ผู้อื่น เช่าช่วง อีกทอดหนึ่ง โดยชอบ ท่านว่า ผู้เช่าช่วง ย่อมต้องรับผิด ต่อผู้ให้เช่าเดิม โดยตรง ในกรณีเช่นว่านี้ หากผู้เช่าช่วง จะได้ใช้ค่าเช่า ให้แก่ผู้เช่าไปก่อน ท่านว่า ผู้เช่าช่วง หาอาจจะยกขึ้น เป็นข้อต่อสู้ ผู้ให้เช่าได้ไม่
            อนึ่ง บทบัญญัติ อันนี้ ไม่ห้ามการที่ ผู้ให้เช่า จะใช้สิทธิของตน ต่อผู้เช่า
 มาตรา ๕๔๖
            ผู้ให้เช่า จำต้องส่งมอบ ทรัพย์สิน ซึ่ง ให้เช่านั้น ในสภาพ อันซ่อมแซมแล้ว
 มาตรา ๕๔๗
            ผู้เช่า ต้องเสียค่าใช้จ่ายไป โดยความจำเป็น และสมควร เพื่อรักษา ทรัพย์สิน ซึ่ง เช่านั้นเท่าใด ผู้ให้เช่า จำต้องชดใช้ให้แก่ ผู้เช่า เว้นแต่ ค่าใช้จ่าย เพื่อบำรุงรักษา ตามปกติ และ เพื่อซ่อมแซม เพียงเล็กน้อย
 มาตรา ๕๔๘
            ถ้า ผู้ให้เช่า ส่งมอบ ทรัพย์สิน ซึ่ง เช่านั้น โดยสภาพ ไม่เหมาะ แก่การที่จะใช้ประโยชน์ ที่เช่ามา ผู้เช่า จะบอกเลิกสัญญาเสีย ก็ได้
 มาตรา ๕๔๙
            การส่งมอบ ทรัพย์สิน ซึ่ง เช่า ก็ดี ความรับผิด ของผู้ให้เช่า ในกรณี ชำรุดบกพร่อง และ รอนสิทธิ ก็ดี ผลแห่งข้อสัญญาว่า จะไม่ต้องรับผิด ก็ดี เหล่านี้ ท่านให้บังคับด้วย บทบัญญัติทั้งหลาย แห่ง ประมวลกฎหมายนี้ ว่าด้วย การซื้อขาย อนุโลมความตามควร
 มาตรา ๕๕๐
            ผู้ให้เช่า ย่อมต้องรับผิด ในความชำรุดบกพร่อง อันเกิดขึ้น ในระหว่างเวลาเช่า และ ผู้ให้เช่า ต้องจัดการซ่อมแซม ทุกอย่าง บรรดา ซึ่ง เป็นการจำเป็น เว้นแต่ การซ่อมแซม ชนิด ซึ่ง มีกฎหมาย หรือ จารีตประเพณีว่า ผู้เช่า จะพึงต้องทำเอง
 มาตรา ๕๕๑
            ถ้า ความชำรุดบกพร่อง แห่งทรัพย์สิน ที่เช่านั้น ไม่เป็นเหตุ ถึงแก่ ผู้เช่า จะต้องปราศจาก การใช้ประโยชน์ และ ผู้ให้เช่า ยังแก้ไขได้ไซร้ ผู้เช่า ต้องบอกกล่าวแก่ ผู้ให้เช่า ให้จัดการแก้ไข ความชำรุดบกพร่องนั้นก่อน ถ้าและ ผู้ให้เช่า ไม่จัดทำให้คืนดี ภายในเวลา อันสมควร ผู้เช่า จะบอกเลิกสัญญาเสีย ก็ได้ หากว่า ความชำรุดบกพร่องนั้น ร้ายแรง ถึงสมควร จะทำเช่นนั้น
 มาตรา ๕๕๒
            อันผู้เช่า จะใช้ ทรัพย์สิน ที่เช่า เพื่อการอย่างอื่น นอกจากที่ใช้กัน ตามประเพณีนิยมปกติ หรือ การดั่งกำหนดไว้ ในสัญญานั้น ท่านว่า หาอาจจะทำได้ไม่
  มาตรา ๕๕๓
            ผู้เช่า จำต้องสงวน ทรัพย์สิน ที่เช่านั้น เสมอกับที่ วิญญูชน จะพึงสงวน ทรัพย์สิน ของตนเอง และ ต้องบำรุงรักษา ทั้งทำการ ซ่อมแซมเล็กน้อยด้วย
 มาตรา ๕๕๔
            ถ้า ผู้เช่า กระทำการฝ่าฝืน บทบัญญัติใน มาตรา ๕๕๒ มาตรา ๕๕๓ หรือ ฝ่าฝืนสัญญา ผู้ให้เช่า จะบอกกล่าว ให้ผู้เช่า ปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามบทกฎหมาย หรือ ข้อสัญญานั้นๆ ก็ได้ ถ้าและ ผู้เช่า ละเลยเสีย ไม่ปฏิบัติตาม ท่านว่า ผู้ให้เช่า จะบอกเลิกสัญญาเสีย ก็ได้
 มาตรา ๕๕๕
            ผู้เช่า จำต้องยอมให้ ผู้ให้เช่า หรือ ตัวแทน ของผู้ให้เช่า เข้าตรวจดู ทรัพย์สิน ที่เช่า เป็นครั้งคราว ในเวลา และ ระยะอันสมควร
 มาตรา ๕๕๖
            ถ้า ในระหว่างเวลาเช่า มีเหตุจะต้องซ่อมแซม ทรัพย์สิน ซึ่ง เช่านั้น เป็นการเร่งร้อน และ ผู้ให้เช่า ประสงค์จะทำการ อันจำเป็น เพื่อที่จะซ่อมแซม เช่นว่านั้นไซร้ ท่านว่า ผู้เช่า จะไม่ยอมให้ทำนั้น ไม่ได้ แม้ถึงว่า การนั้น จะเป็นความไม่สะดวก แก่ตน ถ้า การซ่อมแซม เป็นสภาพ ซึ่ง ต้องกินเวลานาน เกินสมควร จนเป็นเหตุให้ ทรัพย์สินนั้น ไม่เหมาะแก่การ ที่จะใช้เพื่อประโยชน์ ที่เช่ามา ผู้เช่า จะบอกเลิกสัญญาเสีย ก็ได้
 มาตรา ๕๕๗
            ในกรณีอย่างใดๆ ดั่งจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
                    (๑) ถ้า
ทรัพย์สิน ที่เช่านั้น ชำรุด ควรที่ ผู้ให้เช่า จะต้องซ่อมแซม ก็ดี
                    (๒) ถ้า จะต้องจัดการ อย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อปัดป้อง ภยันตราย แก่ทรัพย์สินนั้น ก็ดี
                    (๓) ถ้า บุคคลภายนอก รุกล้ำเข้ามาใน ทรัพย์สิน ที่เช่า หรือ เรียกอ้างสิทธิ อย่างใดอย่างหนึ่ง เหนือ ทรัพย์สินนั้น ก็ดี
            ในเหตุดั่งกล่าวนั้น ให้ ผู้เช่า แจ้งเหตุแก่ ผู้ให้เช่า โดยพลัน เว้นแต่ ผู้ให้เช่า จะได้ทราบเหตุนั้น อยู่ก่อนแล้ว
            ถ้า ผู้เช่า ละเลยเสีย ไม่ปฏิบัติตาม บทบัญญัตินี้ไซร้ ท่านว่า ผู้เช่า จะต้องรับผิด ต่อผู้ให้เช่า ในเมื่อ ผู้ให้เช่า ต้องเสียหายอย่างใดๆ เพราะ ความละเลยชักช้า ของผู้เช่านั้น
 มาตรา ๕๕๘
            อัน ทรัพย์สิน ที่เช่านั้น ถ้า มิได้รับอนุญาต ของผู้ให้เช่าก่อน ผู้เช่า จะทำการดัดแปลง หรือ ต่อเติม อย่างหนึ่งอย่างใด หาได้ไม่ ถ้าและ ผู้เช่า ทำไป โดยมิได้รับอนุญาต ของผู้ให้เช่า เช่นนั้นไซร้ เมื่อ ผู้ให้เช่า เรียกร้อง ผู้เช่า จะต้องทำให้ ทรัพย์สินนั้น กลับคืนคงสภาพเดิม ทั้งจะต้องรับผิด ต่อผู้ให้เช่า ในความสูญหาย หรือ บุบสลายอย่างใดๆ อันเกิดแต่ การดัดแปลงต่อเติมนั้นด้วย
 มาตรา ๕๕๙
            ถ้า ไม่มีกำหนด โดยสัญญา หรือ โดยจารีตประเพณีว่า จะพึงชำระค่าเช่า ณ เวลาใด ท่านให้ชำระ เมื่อ สิ้นระยะเวลา อันได้ตกลงกำหนดกันไว้ ทุกคราวไป กล่าวคือว่า ถ้า เช่ากันเป็นรายปี ก็พึงชำระค่าเช่า เมื่อ สิ้นปี ถ้า เช่ากันเป็นรายเดือน ก็พึงชำระค่าเช่า เมื่อ สิ้นเดือน
  มาตรา ๕๖๐
            ถ้า ผู้เช่า ไม่ชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่า จะบอกเลิกสัญญาเสีย ก็ได้
            แต่ถ้า ค่าเช่านั้น จะพึงส่งเป็นรายเดือน หรือ ส่งเป็นระยะเวลา ยาวกว่า รายเดือนขึ้นไป ผู้ให้เช่า ต้องบอกกล่าว แก่ผู้เช่าก่อนว่า ให้ชำระค่าเช่า ภายในเวลาใด ซึ่ง พึงกำหนด อย่าให้น้อยกว่า สิบห้าวัน
 มาตรา ๕๖๑
            ถ้า มิได้ทำหนังสือ ลงลายมือชื่อ ของคู่สัญญา แสดงไว้ต่อกันว่า ทรัพย์สิน ที่ให้เช่า มีสภาพอยู่อย่างไร ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้เช่า ได้รับ ทรัพย์สิน ที่เช่านั้นไป โดยสภาพ อันซ่อมแซมดีแล้ว และเมื่อ สัญญาได้เลิก หรือ ระงับลง ผู้เช่า ก็ต้องส่งคืน ทรัพย์สิน ในสภาพเช่นนั้น เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่า ทรัพย์สินนั้น มิได้ซ่อมแซมไว้ดี ในขณะที่ส่งมอบ
 มาตรา ๕๖๒
            ผู้เช่า จะต้องรับผิด ในความสูญหาย หรือ บุบสลาย อย่างใดๆ อันเกิดขึ้นแก่ ทรัพย์สิน ที่เช่า เพราะความผิด ของผู้เช่าเอง หรือ ของบุคคล ซึ่ง อยู่กับผู้เช่า หรือ ของผู้เช่าช่วง
            แต่ ผู้เช่า ไม่ต้องรับผิด ในความสูญหาย หรือ บุบสลาย อันเกิดแต่การใช้ ทรัพย์สินนั้น โดยชอบ
 มาตรา ๕๖๓
            คดี อัน ผู้ให้เช่า จะฟ้อง ผู้เช่า เกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้อง เมื่อ พ้นกำหนด หกเดือน นับแต่ วันส่งคืน ทรัพย์สิน ที่เช่า