2007/Jul/12

สิทธิยึดหน่วงและบุริมสิทธิ

1. สิทธิยึดหน่วง
สิทธิยึดหน่วงเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะครอบครองทรัพย์สินของลูกหนี้โดยที่ทรัพย์สินนั้นเป็นมูลฐานให้เกิดหนี้อันตนเป็นเจ้าหนี้เจ้าหนี้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สินนั้นไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้น

มาตรา 241 ผู้ใดเป็นผู้ครองทรัพย์สินของผู้อื่นและมีหน้าที่อันเป็นคุณประโยชน์แก่ตนเกี่ยวด้วยทรัพย์สินซึ่งครองนั้นไซร้ท่านว่าผู้นั้นจะยึดหน่วงทรัพย์สินนั้นไว้จนกว่าจะได้รับการชำระหนี้ก็ได้แต่ความที่กล่าวนี้ท่านมิให้ใช้บังคับเมื่อหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนด
อนึ่งบทบัญญัติในวรรคก่อนนี้ ท่านมิให้ใช้บังคับถ้าการที่เข้าครอบครองนั้นเริ่มมาแต่ทำการอันใดอันหนึ่งซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิยึดหน่วงต่างกับกรณีสัญญาต่างตอบแทนตามมาตรา 369 ซึ่งคู่สัญญามีหนี้ที่จะต้องชำระตอบแทนกันถึงแม้ต่างฝ่ายต่างไม่ชำระกันก็ไม่เรียกว่าสิทธิยึดหน่วง

1.1
หลักเกณฑ์ของสิทธิยึดหน่วง
จากมาตรา 241 มีดังนี้

1.1.1 เจ้าหนี้ครอบครองทรัพย์สินของลูกหนี้

1.1.2 การครอบครองนั้นมิใช่เกิดจากการอันมิชอบด้วยกฎหมาย

1.1.3 หนี้นั้นเกี่ยวด้วยทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ครอบครองอยู่

1.1.4 มาตรา 242 สิทธิยึดหน่วงอันใด ถ้าไม่สมกับลักษณะที่เจ้าหนี้รับภาระในมูลหนี้ก็ดีไม่สมกับคำสั่งอันลูกหนี้ได้ให้ไว้ก่อนหรือให้ในเวลาที่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นก็ดีหรือเป็นการขัดกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดีสิทธิยึดหน่วงเช่นนั้นท่านให้ถือว่าหามีไม่เลย

1.1.5 หนี้ที่ลูกหนี้จะต้องชำระแก่เจ้าหนี้ต้องถึงกำหนดชำระแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่ชำระ
ข้อ 5 นี้มียกเว้นไว้ในมาตรา 243ว่า ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถใช้หนี้เจ้าหนี้มีสิทธิจะยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ได้แม้ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดเรียกร้องถ้าการที่ลูกหนี้ไม่สามารถใช้หนี้นั้นได้เกิดเป็นขึ้นหรือรู้ถึงเจ้าหนี้ต่อภายหลังเวลาที่ได้ส่งมอบทรัพย์สินไซร้ถึงแม้ว่าจะไม่สมกับลักษณะที่เจ้าหนี้รับภาระในมูลหนี้ไว้เดิมหรือไม่สมกับคำสั่งอันลูกหนี้ได้ให้ไว้ก็ดีเจ้าหนี้ก็อาจจะใช้สิทธิยึดหน่วงได้

1.2 ผลของสิทธิยึดหน่วง
สิทธิยึดหน่วงมีผลดังนี้

1.2.1 สิทธิยึดหน่วงเป็นสิทธิที่แบ่งแยกไม่ได้ เจ้าหนี้จึงยึดทรัพย์ทั้งชิ้นไว้ได้แม้จะได้มีการชำระหนี้บางส่วนก็ตาม
มาตรา 244 ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงจะใช้สิทธิของตนแก่ทรัพย์สินทั้งหมดที่ยึดหน่วงไว้นั้นจนกว่าจะชำระหนี้สิ้นเชิงก็ได้

1.2.2 สิทธิยึดหน่วงไม่ทำให้เกิดสิทธิพิเศษที่ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงจะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่ยึดหน่วงไว้ก่อนเจ้าหนี้อื่น (คือถึงแม้จะยึดหน่วงแต่อาจมีเจ้าหนี้คนอื่นมีบุริมสิทธิและสามารถเรียกชำระหนี้จากทรัพย์นั้นได้ก่อนผู้มีสิทธิยึดหน่วงซึ่งต้องอยู่ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย)

1.2.3 ดอกผลของทรัพย์ที่ยึดหน่วงไว้ มาตรา 245 ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงจะเก็บดอกผลแห่งทรัพย์สินที่ยึดหน่วงไว้และจัดสรรเอาไว้เพื่อการชำระหนี้แก่ตนก่อนเจ้าหนี้คนอื่นก็ได้
ดอกผลเช่นว่านี้จะต้องจัดสรรเอาชำระดอกเบี้ยแห่งหนี้นั้นก่อนถ้ายังมีเหลือจึงให้จัดสรรใช้ต้นเงิน

1.2.4 สิทธิยึดหน่วงไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง มาตรา 248 ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 189 การใช้สิทธิยึดหน่วงหาทำให้อายุความแห่งหนี้สะดุดหยุดลงไม่
มาตรา 189 เหตุที่สิทธิเรียกร้องขาดอายุความ ย่อมไม่ห้ามผู้รับจำนอง ผู้รับจำนำหรือผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินหรือเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินอันตนได้ยึดถือไว้ในการที่จะใช้สิทธิบังคับจากทรัพย์สินที่จำนองจำนำ หรือยึดถือไว้นั้นแต่เมื่อใช้สิทธิอันนี้ท่านห้ามมิให้เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยที่ค้างกว่าห้าปีขึ้นไป

1.3
ความระงับแห่งสิทธิยึดหน่วง
กรณีที่สิทธิยึดหน่วงระงับไปมีดังนี้

1.3.1 โดยหนี้เดิมระงับไป (ถ้าเป็นกรณีขาดอายุความ บังคับตามมาตรา 189)

1.3.2 ลูกหนี้หาประกันให้แทนการยึดทรัพย์สินไว้
มาตรา 249 ลูกหนี้จะเรียกร้องให้ระงับสิทธิยึดหน่วงด้วยหาประกันให้ไว้ตามสมควรก็ได้

1.3.3 เจ้าหนี้มิได้ครอบครองทรัพย์
มาตรา 250 การครองทรัพย์สินสูญสิ้นไปสิทธิยึดหน่วงก็เป็นอันระงับสิ้นไปด้วยแต่ความที่กล่าวนี้ท่านมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ทรัพย์สินอันยึดหน่วงไว้นั้นได้ให้เช่าไปหรือจำนำไว้ด้วยความยินยอมของลูกหนี้ (ดูเรื่องการถูกแย่งการครอบครอง มาตรา 1375