2007/Sep/08

มีสรุปแนวตอบของวิชาภาษากฎหมายไทยมาฝากครับ

ปรับปรุงและดัดแปลงมาจากต้นฉบับของคุณอำนาจ ที่นุ่นและอร มีน้ำใจส่งเมล์มาให้

จาก ชาญชัย ภิรมจิตร์

1. ความแตกต่างระหว่างภาษากฎหมายไทยในยุคสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา ในแง่ของการรับรู้ของประชาชน

เมื่อเปรียบเทียบภาษากฎหมายไทยในยุคสุโขทัยและภาษากฎหมายในยุคกรุงศรีอยุธยาแล้ว มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งด้านการผูกประโยค ลีลา แนวคิดเห็นและเชิงการแสดงออกซึงความคิดเห็นนั้น ๆ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา สำนวนการเขียนละเอียดถี่ถ้วนกว่าสมัยสุโขทัย แต่มีการใช้ถ้อยคำฟุ่มเฟือยกล่าวซ้ำซาก ถ้อยคำที่เป็นพลความมีมากกว่าถ้อยคำที่เป็นแก่นสาร

ในแง่ของการรับรู้ของประชาชน กฎหมายไทยสมัยโบราณเป็นกฎเกณฑ์ที่เกิดขึ้นจากศีลธรรมและจารีตประเพณี ความถูกผิดประชาชนสามารถรับรู้ได้ด้วยสามัญสำนึกอยู่แล้ว สิ่งที่อาจจะไม่รู้คือโทษที่จะได้รับและรายละเอียดในการดำเนินคดี โดยถือว่าเรื่องเหล่านี้เป็นของผู้ปกครองแผ่นดิน มิใช่เรื่องที่ประชาชนจะรับรู้ ดังนั้น ในแง่ของการรับรู้ของประชาชน ในยุคสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาจึงไม่มีความแตกต่างกัน

2. เหตุที่พระธรรมศาสตร์ในยุคกรุงศรีอยุธยา ใช้ภาษาบาลี แล้วแปลเป็นภาษารามัญและภาษาไทยในที่สุด เนื่องจาก พระธรรมศาสตร์ของไทยมิได้มีที่มาจากต้นฉบับคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ในประเทศอินเดียโดยตรง แต่ได้รับช่วงมาจากมอญซึ่งมีอาณาจักรรุ่งเรืองเป็นใหญ่อยู่ในบริเวณที่ราบอันเป็นภาคกลางของประเทศไทยในปัจจุบัน ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 13 17 เดิมมอญแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษารามัญอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาไทยจึงแปลพระคัมภีร์ธรรมศาสตร์จากภาษารามัญออกเป็นภาษาไทย

3. ลักษณะตัวบทกฎหมายอยุธยาแตกต่างจากกฎหมายไทยในปัจจุบัน ในแง่การอบรมสั่งสอนประชาชน กล่าวคือ ตัวบทกฎหมายไทยในปัจจุบัน บอกเพียงแต่เหตุที่ต้องมีการตรากฎหมายขึ้นเท่านั้น ซึ่งต่างจากตัวบทกฎหมายในสมัยอยุธยา ที่ได้ให้เหตุผลที่ได้ตราตัวบทกฎหมายนั้นไว้ด้วยในบทบัญญัตินั้น ๆ เอง ยิ่งกว่านั้นยังแฝงบทอบรมสั่งสอนไว้ด้วย เช่น กฎหมายลักษณะผัวเมียที่กล่าวถึง กรณีชายกับหญิงไปมาหาสู่ขึ้นบ้านเรือนและมีความสัมพันธ์กันโดยพ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้เห็น ท่านให้แต่งษะมาพ่อแม่ฝ่ายหญิง พึงให้พ่อแม่หญิงรับษะมาให้อยู่เป็นคู่สังวาศ เพราะเขาทั้งสองเป็นคู่สร้างกันมาแต่กาลก่อน เป็นต้น

4. กฎหมายในสมัย ร. 4 เช่น ประกาศ พรบ.ผัวขายเมีย มีความแตกต่างจากกับ กฎหมายตรา 3 ดวง ทีมีการใช้ถึง 103 ปี กล่าวคือ กฎหมายตราสามไม่อาจบังคับได้ทุกกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ บทบัญญัติบางบทกลายเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยและยุ่งยาก บางบทก็ไม่เที่ยงธรรม ดังเช่น กฎหมายลักษณะผัวเมีย ที่แต่เดิม กฎหมายตรา 3 ดวง เปิดโอกาสให้ผัวขายเมียได้ เพราะเมีย "มิได้เปนอิศรแก่ผัว" รัชกาลที่ 4 จึงทรงมีพระราชดำริว่า "กฎหมายนี้ เมื่อพิเคราะห์ดูเหมือนผู้หญิงเปนควาย ผู้ชายเปนคนไป หาเป็นยุติธรรมไม่ ให้ยกเสีย" และให้ประกาศในพระราชบัญญัติผัวขายเมีย จ.ศ. 1229 (พ.ศ. 2410) ว่าผัวจะขายเมีย (ที่มิใช่เมียทาส) ได้ก็ต่อเมื่อ เมียยอมให้ขายโดยลงลายมือเมียไว้เป็นหลักฐานและให้มีพยานรู้เห็นด้วย

5. ภาษากฎหมายศาลอังกฤษมีลีลาแตกต่างจากศาลไทย กล่าวคือ

คำพิพากษาของศาลอังกฤษ จะมีลักษณะสำนวนที่ใช้เชิงอภิปราย มีลีลาแบบทนายความ เป็นภาษาพูดและเป็นดุลยพินิจของผู้พิพากษาแต่ละนาย ในขณะที่คำพิพากษาของศาลไทย จะมีลักษณะสำนวนที่ใช้เป็นทางการ มีความสั้นกระชับ ใช้ภาษาสื่อสารกับผู้อื่นอย่างกระจ่างชัด มีเหตุผล มีความเป็นธรรมตามข้อเท็จจริง มีการอ้างเข้ากับข้อกฎหมายที่บัญญัติไว้

6. ภาษากฎหมายในคำพิพากษาศาลอังกฤษมีลีลาแตกต่างไปจากภาษากฎหมายในคำพิพากษาศาลอเมริกา โดยที่ ภาษาคำพิพากษาศาลอเมริกานั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นความเรียงที่ดียิ่ง และเป็นวรรณกรรมทางวิชาการอย่างแท้จริง ส่วนภาษากฎหมายในคำพิพากษาศาลอังกฤษมีลีลาแบบทนายความ ให้เหตุผลในเชิงกล่าวแก้คดีของตนเองในศาลอย่างชัดเจนและเป็นภาษาที่ไกล้เคียงกับภาษาพูดเพราะคำพิพากษาเป็นการแสดงความคิดเห็นและเป็นดุลยพินิจของผู้พิพากษาแต่ละนาย

7. เหตุที่ มองเตสกิเออ กล่าวว่า กฎหมายไม่ควรบัญญัติในเชิงอภิปราย เนื่องจาก การอภิปราย หมายถึง การพูดชี้แจงแสดงความคิดเห็น การให้เหตุผลดังกล่าวย่อมเป็นการเปิดช่องให้เกิดการโต้แย้ง ไม่มีที่ยุติ

8. คำพิพากษาศาลฝรั่งเศสเป็นเหมือนเอกสารทางราชการ ศาลอังกฤษเหมือนศิลปกรรม

Comment

Comment:

Tweet


ขอขอบพระคุณมากๆ ครับ
#22 by ครรชิต คนสัน (119.46.192.53) At 2011-06-09 16:50,
งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
#21 by law (124.122.55.247) At 2010-10-14 21:04,
ทำไมมีกระน่อยเดียวเองอ่าครับ
#20 by (125.27.39.128) At 2010-10-09 21:03,
ขอบคุณหลายๆครับรุุ่นพี่
#19 by (119.42.75.46) At 2010-08-06 10:28,
แหล่มเลย อิอิ
ขอบคุณเน้อ~
#18 by เด็กบู (110.164.238.60) At 2010-08-05 17:31,
thx จ้า
#17 by fg (125.27.17.222) At 2010-08-04 12:14,
อาไรว่ะไม่มีสิ่งที่ต้องการเลย
#16 by (61.19.67.195) At 2010-07-17 20:20,
อยากใด้กฎหมายไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย
#15 by กีต้าร์ (117.47.39.37) At 2010-06-30 16:47,
confused smile big smileห่ดาได
#14 by (114.128.51.18) At 2010-06-17 08:28,
confused smile confused smile confused smile big smile big smile big smile ...

ดีจังเลยมีเว็ปนี้ขึ้นมาเพราะจะได้ทามงานสดวกข๊
#13 by กีกี้ (111.84.138.232) At 2010-05-28 12:37,
มีแปดข้อหรอคะ....

ไม่มีเพิ่มอีกหรอคะ...confused smile
#12 by (202.28.78.139) At 2009-07-31 01:00,
ขอบคุณครับ
แต่ตลกมากอะเรื่องพรบ ผัวขายเมียเนี่ย
ที่ ร4 ทรงบอกว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ก็เหมือนผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน จึงให้ยกเสีย อืม เข้าใคนสัมยก่อนจริงๆๆๆอยากให้พี่อธิบายเรื่องกม ห้าเส้นด้วยคร๊าบ
#11 by (202.12.73.7) At 2009-07-27 22:44,
ขอบพระคุณอย่างสูงขอรับ

แค่ลำพังให้อ่านก็ไม่เข้าใจและ

ถ้าไม่มีคำอธิบาย ไม่อยากคิดถึงสอบ

เหอๆ ....ขอบคุณมากมาย
#10 by ปันหยี (202.28.78.131) At 2009-07-09 22:10,
#9 by อชิรวิช (114.128.30.167) At 2009-06-25 06:59,
ไม่เข้าใจ
#8 by รานนนนรั (118.172.244.224) At 2009-06-21 08:44,
#7 by d จัง (61.19.148.36) At 2009-01-06 09:33,
#6 by (61.19.148.36) At 2009-01-06 09:32,
ครอบครุนคร้า....บ
#5 by (202.28.78.144) At 2008-09-17 15:19,
ขอบคุณมากกกครับ sad smile
#4 by 95CuEMaSTeR95 (125.27.65.134) At 2008-07-30 23:43,
ขอบคุนเด้อค่ะรุ่นพี่



จัยดีจังเยย
confused smile
#3 by (125.25.180.60) At 2008-07-25 21:23,
ไม่ได้เรื่องเลย wink embarrassed
#2 by (61.7.190.133) At 2008-07-23 16:30,
ขอบคุงมากครับ
#1 by kmokiss (58.147.81.244) At 2008-07-14 11:57,

ชาญชัย ภิรมจิตร์
View full profile