2007/Dec/28

ประนีประนอมยอมความ. 850  อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น  คือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันม. 851  อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด  หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ม.853  ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป  และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน การพนันและขันต่อม.853  อันการพนันหรือขันต่อนั้น  ท่านว่าหาก่อให้เกิดหนี้ไม่  สิ่งที่ได้ให้กันไปในการพนันหรือขันต่อก็จะทวงคืนไม่ได้  เพราะเหตุหามูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดมิได้            ข้อบัญญัติที่กล่าวนี้  ท่านให้ใช้ตลอดถึงข้อตกลงเป็นมูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดอันฝ่ายข้างเสียพนันขันต่อหากทำให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อจะใช้หนี้เงินพนันหรือขันต่อนั้นด้วยม.854  อันการออกสลากกินแบ่งก็ดี  ออกสลากกินรวบก็ดีท่านว่าเป็นสัญญาอันจะผูกพันต่อเมื่อรัฐบาลได้ให้อำนาจหรือให้สัตยาบันแก่การนั้นเฉพาะราย  นอกนั้นท่านให้บังคับตามบทบัญญัติมาตรา  853การพนันขันต่อ1.)  ป้อมกับปูพนันมวยตู้ (โทรทัศน์)  กัน  โดยป้อมเสนอว่าถ้าฝ่ายแดงชนะตนขอเงินจากปู  800  บาท  แต่ถ้าฝ่ายน้ำเงินชนะตนยอมจะจ่ายเงินให้ปู  8,000  บาท  ปูตกลงตามข้อเสนอนี้  ผลปรากฏว่าแดงเป็นฝ่ายชนะน้ำเงิน  ปูจึงจ่ายเงิน  800  บาท  ให้ป้อมไปตามสัญญาการพนันดังกล่าว  ต่อมาปูทราบความจริงว่าป้อมโกง  เพราะทราบอยู่ก่อนแล้วว่าฝ่ายแดงชนะเนื่องจากมวยคู่นี้เคยออกอากาศเผยแพร่ทางโทรศัพท์มาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง  ปูจึงฟ้องขอเรียกเงิน  800  บาท  คืน  โดยอ้างว่าถูกโกง  ดังนี้  ศาลจะพิพากษาคดีนี้อย่างไรตอบ    ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ   ศาลจะพิพากษาคดีนี้อย่างไรหลักกฎหมา  ป.พ.พ.  มาตรา  853  บัญญัติว่า .ม.853  อันการพนันหรือขันต่อนั้น  ท่านว่าหาก่อให้เกิดหนี้ไม่  สิ่งที่ได้ให้กันไปในการพนันหรือขันต่อก็จะทวงคืนไม่ได้  เพราะเหตุหามูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดมิได้            ข้อบัญญัติที่กล่าวนี้  ท่านให้ใช้ตลอดถึงข้อตกลงเป็นมูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดอันฝ่ายข้างเสียพนันขันต่อหากทำให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อจะใช้หนี้เงินพนันหรือขันต่อนั้นด้วยปรับข้อเท็จจริงเข้ากับกฎหมายได้ดังนี้  ปูจึงฟ้องขอเรียกเงิน  800  บาท  คืนจากป้อมไม่ได้  แม้จะอ้างว่าตนถูกโกงก็ไม่มีเหตุผลที่จะขอความเป็นธรรมจากศาลได้  เพราะกฎหมายยอมให้โกงกันในการพนันได้   สรุป   ศาลจะพิจารณาตัดสินให้ยกฟ้องคดีนี้2.)  แสนจ้างรัตนพลเป็นทนายความฟ้องคดีเรื่องหนึ่ง  กำหนดค่าจ้าง  35,000  บาท  เมื่อชนะคดีทุกศาลและค่าทนายที่ศาลได้ก็ให้เป็นค่าจ้างเพิ่มแก่รัตนพลด้วย  แต่ถ้าแสนเป็นฝ่ายแพ้แสนจะไม่ให้เงินรัตนพลเลย  ดังนี้  ถ้าแสนชนะคดีทุกศาลแล้วไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา  รัตนพลจะฟ้องเรียกเงินตามสัญญาได้หรือไม่  เพราะเหตุใดตอบ  ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ    รัตนพลจะฟ้องเรียกเงินตามสัญญาได้หรือไม่  เพียงใดหลักกฎหมาย  ป.พ.พ.  มาตรา  853  ว่า .ม.853  อันการพนันหรือขันต่อนั้น  ท่านว่าหาก่อให้เกิดหนี้ไม่  สิ่งที่ได้ให้กันไปในการพนันหรือขันต่อก็จะทวงคืนไม่ได้  เพราะเหตุหามูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดมิได้            ข้อบัญญัติที่กล่าวนี้  ท่านให้ใช้ตลอดถึงข้อตกลงเป็นมูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดอันฝ่ายข้างเสียพนันขันต่อหากทำให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อจะใช้หนี้เงินพนันหรือขันต่อนั้นด้วย            ถ้ากรณีใดเป็นการพนันหรือขันต่อก็ย่อมบังคับให้ปฏิบัติตามที่ได้ตกลงกันไว้นั้นไม่ได้  เพราะถือว่าไม่เป็นหนี้ต่อกัน  แต่ในทางตรงกันข้ามถ้ามิใช่เป็นการพนันขันต่อก็อาจบังคับให้ปฏิบัติตามข้อตกลงได้            หลักเกณฑ์ที่ถือว่าเป็นการพนันหรือขันต่อหรือไม่นั้นอยู่ที่ว่าสัญญาการพนันขันต่อต้องมีทั้งทางได้และทางเสีย  หากมีแต่จะได้ทางเดียวไม่มีทางเสีย  หรือมีแต่ทางเสียทางเดียวไม่มีทางได้  ก็หาใช่การพนันขันต่อไม่ปรับข้อเท็จจริงเข้ากับกฎหมายได้ดังนี้  รัตนพลฟ้องเรียกเงินตามสัญญาดังกล่าวได้  เพราะข้อสัญญาจ้างว่าความซึ่งรัตนพลต้องลงแรงปฏิบัติเช่นนี้  หามีลักษณะเป็นทำนองการพนันขันต่อไม่  เนื่องจากแสนไม่มีทางเสียเลย  แสนมีแต่ทางได้คือประโยชน์ในการที่มีผู้ว่าความให้ตนเปล่า ๆ (ถ้าแพ้คดี)  ส่วนการที่แสนจะต้องชำระค่าทนายเมื่อรัตนพลว่าความให้ตนชนะนั้น  ก็ถือไม่ได้ว่าแสนเป็นฝ่ายเสียเพราะแสนไม่ได้เสียไปเปล่า ๆ แต่ถ้าแสนได้รับประโยชน์จากการที่รัตนพลลงแรงว่าความให้เป็นค่าตอบแทน  ดังนั้น  ในเมื่อสัญญาดังกล่าวมิใช่เป็นการพนันขันต่อ  รัตนพลจึงฟ้องเรียกเงินเอาจากแสนตามสัญญาได้  สรุป   รัตนพลฟ้องเรียกเงินเอาจากแสนตามสัญญาได้  1.  จงอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างการฝากเงินกับการฝากทรัพย์อย่างอื่นตามที่มีบัญญัติไว้ใน ป.พ.พ.  ว่าด้วยการฝากทรัพย์ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างคำตอบ  1.  ฝากเงิน  ผู้รับฝากมีหน้าที่คืนจำนวนเงินที่ฝากให้แก่ผู้ฝาก  ไม่ใช่เงินเดิมที่ฝาก (มาตรา 672 วรรคหนึ่ง)            ฝากทรัพย์อย่างอื่น  ผู้รับฝากมีหน้าที่คืนทรัพย์สินซึ่งฝากให้แก่ผู้ฝากไม่ใช่ทรัพย์สินอื่น (มาตรา  657)            2.  ฝากเงิน  ผู้รับฝากเงินเป็นเจ้าของเงินที่ผู้ฝากเอามาฝาก  เพราะในเรื่องฝากเงินนั้นกรรมสิทธิ์ในเงินที่ฝากโอนมาเป็นของผู้รับฝาก  ผู้รับฝากจึงมีสิทธินำเงินซึ่งตนรับฝากไว้นั้นไปใช้ (มาตรา  672  วรรคสอง)            ฝากทรัพย์สินอื่น ๆ  ผู้รับฝากไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ฝาก  จึงไม่มีอำนาจนำทรัพย์สินซึ่งตนรับฝากไว้นั้นไปใช้สอยเพื่อประโยชน์ส่วนตัวได้ (มาตรา  357)            3.  ผู้รับฝากเงินต้องรับผิดชอบใช้เงิน  ถ้าเงินนั้นสูญหายไปแม้โดยเหตุสุดวิสัย (มาตรา  672  วรรคสอง)            ฝากทรัพย์อื่น ผู้รับฝากไม่ต้องรับผิด  ถ้าตัวทรัพย์สินซึ่งฝากไว้นั้นสูญหาย  หรือบุบสลายไปโดยเหตุสุดวิสัยและไม่ใช่ความผิดของผู้ฝาก (มาตรา  660)            4.  การฝากเงินซึ่งมีกำหนดเวลาส่งคืนตามมาตรา  673  ผู้ฝากจะเรียกให้ส่งคืนเงินก่อนถึงกำหนดเวลาไม่ได้  และผู้รับฝากเงินก็จะส่งคืนก่อนกำหนดไม่ได้เช่นกัน            ฝากทรัพย์อื่น การฝากทรัพย์อื่นที่กำหนดและส่งคืนผู้ฝากจะเรียกคืนก่อนกำหนดได้หรือผู้รับฝากก็มีสิทธิส่งทรัพย์สินซึ่งรับฝากไว้คืนก่อนกำหนดได้  ถ้าเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้ (มาตรา  658  และ  มาตรา  662) ประนีประนอมข้อ 1.  นายก้องบุกรุกเข้าไปในห้องนอนของ น.ส.ก้อยในเวลากลางคืนเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเรา  แต่ น.ส.ก้อยสวมเสื้อผ้าที่รัดกุม  นายก้องจะข่มขืนกระทำชำเราไม่สำเร็จ น.ส.ก้อยได้ร้องให้คนมาช่วย  ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ยินจึงมาช่วยและจับนายก้องไว้  นายก้องจึงยอมและเขียนหนังสือลงลายมือชื่อนายก้องฝ่ายเดียวมีข้อความว่า  นายก้องยอมจ่ายค่าทำขวัญให้ น.ส.ก้อย  จำนวน  50,000  บาท  ภายในกำหนด  3  เดือน  หากไม่ทำตามให้ดำเนินคดีต่อไป  เมื่อครบกำหนด  3  เดือน  นายก้องไม่ยอมจ่ายค่าทำขวัญโดยอ้างว่า  การจ่ายค่าเสียหายเพื่อระงับการฟ้องคดีอาญา  เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย  อีกทั้งหนังสือที่ทำไว้นายก้องลงลายมือชื่อฝ่ายเดียว  จึงใช้บังคับไม่ได้  ดังนี้  ข้ออ้างของนายก้องฟังขึ้นหรือไม่ตอบ   ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ  ข้ออ้างของนายก้องฟังขึ้นหรือไม่หลักกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา  850  มาตรา  851  และมาตรา  420              กฎหมายห้ามมิให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อระงับการฟ้องคดีอาญาไม่ว่าจะเป็นความผิดอันยอมความได้หรือไม่ก็ตาม  อาจตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความเรื่องค่าเสียหายในทางแพ่งได้ปรับข้อเท็จจริงเข้ากับกฎหมายได้ดังนี้     นายก้องมีความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางคืน  และกระทำอนาจารต่อ น.ส.ก้อย  สัญญาที่นายก้องทำไว้นั้นเป็นเรื่องสัญญาประนีประนอมชดใช้ค่าเสียหายฐานละเมิดในทางแพ่ง  แม้นายก้องผู้รับผิดลงชื่อฝ่ายเดียวก็บังคับกันได้  ไม่ใช่ค่าเสียหายที่เรียกร้องเพื่อระงับการฟ้องคดีอาญาข้ออ้างของนายก้องฟังไม่ขึ้น  ดังนั้น  น.ส. ก้อยจึงมีสิทธิเรียกค่าทำขวัญจำนวน  50,000  บาท  จากนายก้องได้ภายในกำหนดอายุความ  10  ปี  ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ สรุป    ข้ออ้างของนายก้องฟังไม่ขึ้น ข้อ 2..  นายสมานขับรถยนต์ชนนางสมรได้รับบาดเจ็บ  นางสมรต้องรักษาตัวโดยเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน  30,000  บาท  นางสมรจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวจากนายสมาน  ตอนแรกนายสมานไม่ยอมชำระให้  โดยอ้างว่าตนมิได้ขับรถโดยประมาท  แต่ในที่สุดนายสมานได้ตกลงด้วยวาจากับนางสมรว่ายินยอมจ่ายค่าเสียหายให้  20,000  บาท  ต่อมานางสมรทราบว่านายสมานต้องการจะขายเครื่องคอมพิวเตอร์จึงขอซื้อในราคา  20,000  บาท  นายสมานก็ตกลงขายให้ในราคาดังกล่าว  หลังจากนางสมรรับมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ไป  นางสมรไม่ยอมชำระราคาตามกำหนด  โดยอ้างว่านายสมานเป็นหนี้ตนอยู่  20,000  บาท  เช่นเดียวกันจึงไม่มีหนี้ต่อกัน  ดังนี้  นางสมรจะต้องชำระค่าเครื่องคอมพิวเตอร์  จำนวน  20,000  บาท  แก่นายสมานหรือไม่เพราะเหตุใดตอบ   ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ   นางสมรจะต้องชำระค่าเครื่องคอมพิวเตอร์แก่นายสมานหรือไม่ เพียงใดหลักกฎหมาย  ป.พ.พ. มาตรา  851  และมาตรา  344  </